fjrigjwwe9r0tb_Effect_Java:Head
fjrigjwwe9r0tb_Effect_Java:webhead


 
fjrigjwwe9r0tb_Effect_Java:StatusBar

 

  เเหล่งค้าขายในกวางโจว
   
 

กวางโจว (Guangzhou)

สำหรับ ประวัติเมืองกวางโจว (Guangzhou) หรือ เรียกอีกอย่างว่า กวางเจา นั้น อย่างที่เกริ่นไปแล้ว เป็นมืองเอกของมณฑลกวางตุ้ง ได้รับการสถาปนาเมืองอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ.2464 โดยเป็นเมืองใหญ่สุดทางตอนใต้ของสาธารณรัฐประชาชนจีน ตั้งอยู่ใกล้เกาะไห่หนัน (ไหหลำ) มาเก๊า และฮ่องกง มีประชากรราว 10 ล้านคนกวาง โจว เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 2,800 ปี มีแม่น้ำสายหลักไหลผ่านคือ แม่น้ำจูเจียง หรือที่เรียกกันว่า แม่น้ำไข่มุก โดยเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางสายไหมทางทะเลในครั้งอดีต ขณะที่ในปัจจุบัน กวางโจว เป็น “ประตูการค้า” ที่สำคัญของจีนตอนใต้ จึงทำให้เมืองมีความเจริญรุ่งเรืองและทันสมัยเป็นอย่างมาก ทางด้าน สภาพภูมิอากาศของกวางโจวจัดดีมาก กล่าวคือ ฤดูหนาวไม่หนาวจัด ฤดูร้อนไม่ร้อนจัด และทั้งสี่ฤดู จะมีดอกไม้บานตลอดปี ผู้คนจึงเรียกขานกวางโจวว่า “เมืองบุปผาชาติ” หรือ “เมืองดอกไม้” ซึ่งทำให้ กวางโจว กลายเป็นเมืองที่มีภูมิทัศน์และจุดชมวิวที่สวยงามอย่างยิ่ง

กวางโจวเป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่ และมีความสำคัญทางเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก กวางโจวเป็น แหล่งศูนย์รวมของสินค้านาๆชนิดจากทั่วทุกเมืองในประเทศจีน แทบจะทุกบริเวณในกวางโจวเต็มไปด้วยตึกรามขนาดใหญ่เล็ก ที่เป็นศูนย์การค้า และตลาด สำหรับสินค้าปลีก-ส่ง ถ้าใครยีง นึกภาพไม่ออก ให้ลองนึกภาพของเมืองที่ใหญ่กว่ากรุงเทพประมาณ1.5เท่า และมีศูนย์การค้า ตลาดในแบบประตูน้ำ จตุจัตร สำเพ็ง และแพลตตินัมอยู่ทั่วเมือง (กรุงเทพมีขนาด 1,568.737ตร.กม. ขณะที่กวางโจวมีขนาด3,718.80 ตร.กม.)

ถ้าใครคิดว่าจะมาเดินซื้อของที่กวางโจวให้ทั่วเเล้วล่ะก็ คงจะต้องใช้เวลาอยู่เป็นเดือนเลยล่ะครับกว่าจะเดินได้ทั่ว หรือถ้าเดินทางไปแบบปราศจากการวางแผนที่ดีก็จะหลงทาง ดีไม่ดีกลับโรงเเรมไม่ถูกกันเลยทีเดียว ดังนั้นการวางแผนก่อนการเดินทางเป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ โดยควรจะวางแผนว่าจะไปซื้ออะไร ไปดูสินค้าอะไร รวมทั้งศึกษาลักษณะสินค้า และราคาอย่างคร่าวๆเอาไว้ก่อน(เเต่ไปทีไรไม่เคยได้ตามแผนซักที)เมื่อ ไปถึงควรทำตามแผน เมื่อได้ทุกอย่างตามต้องการแล้วจึงค่อยเดินเที่ยว หรือดูของอื่นๆ เพราะที่นี่ของเยอะมากมายๆจริงๆ ถ้าเดินแบบเรื่อยๆอาจจะไม่ได้ของที่ต้องการ แต่ได้ของอย่างอื่นมาแทน

 

ดังนั้นเราจึงขอแนะนำตลาดหลักๆที่สำคัญๆเป็นที่นิยมประมาณ 5-6 ตลาด

1. ซ่างเซี่ยจิ่ว ถนนคนเดินชื่อดัง

เป็นถนนสายที่สองข้างทางเป็นร้านค้า มีสินค้าแนวเสื้อผ้าแฟชั่น คล้ายกับ Siam square ซอยต่างๆของบ้านเรา แต่จะไม่แนวเท่าบ้านเรา คนที่เดินจะเป็นวัยรุ่นซะส่วนมาก สินค้าจะเป็นร้านขายปลีกจึงเหมาะกับการเดินเล่น ซื้อของฝาก หรือซื้อใช้เองมากกว่าที่จะซื้อมาขายครับ ตามซอกซอยจะมีแฝงขายของcopyแบรนด์เนม อันนี้แล้วแต่ความชอบครับ ตาดีได้ตาร้ายเสีย
ราคาสินค้าก็ให้ดูกันดีๆนิดนึงนะครับ เพราะบางทีอาจจะป้ายติดราคาตัวใหญ่สุดถูก ลดแลกแจกแถมกันสุดๆ แต่พอเดินเข้าใกล้จริงๆกลับเป็นสินค้าอีกตัว ก็เป็นกลเม็ดการเรียกลูกค้าที่ใช้กันทั่วโลก

ตึกอาคารสองข้างทางเป็นอาคารแบบเก่าๆ ใครที่ชอบศิลปะ หรือเรียนสถาปัตย์ น่าจะชอบครับ นอกจากนี้ข้างทางจะมีรูปปั้น และมีการแสดงเปิดหมวก รวมถึงร้านของของกินมากมาย เช่นของปิ้งย่างเสียบไม้ ผลไม้อบแห้ง น้ำผลไม้ เป็นต้น ร้านจะเป็นรถเข็น หรือเพิงเล็กๆแบบบ้านเรา อาจจะลองชิมน้ำจับเลี้ยงที่เป็นเครื่องดื่มยอดฮิตของที่นี่ (บ้านเราคงเป็นเครื่องดื่มชาเขียว)
ที่นี่สามารถมาเดินได้ทั้งกลางวัน และกลางคืน แต่แนะนำให้มากลางคืนจะได้เห็นไฟประดับตึกที่สวยงามในแบบจีนๆครับ 

 

2. เป่ยจิงลู่ (เป่ยจิง=ปักกิ่ง, ลู่=ถนน)

ถนนช๊อปปิ้งยอดนิยมอีกแห่ง ลักษณะคล้ายๆกับซ่างเซี่ยจิ่วคือเป็นถนนยาวๆตรงๆ บนถนนให้คนเดิน สองข้างทางเป็นตึกแถวที่เป็นร้านค้าต่างๆ แต่อาคารจะดูทันสมัยกว่า และร้านค้าจะเป็นร้านค้าสินค้าที่เป็นยี่ห้อ(ของจริง)ซะมากกว่า ซอกซอยย่อยๆด้านข้างก็เต็มไปด้วยร้านค้าขนาดเล็กมากมาย

ที่น่าสนใจคือเป่ยจิงลู่ สร้างทับบนถนนสายเดิน ในช่วงหัวถนน มีการจัดแสดงแผนผังเมืองเก่า และทำพื้นถนนด้วยกระจกให้มองเห็นซากถนนเก่าข้างใต้

 

3. ศูนย์ค้าส่ง เสื้อผ้าแฟชั่น จั้นเฉียนลู่

จะอยู่ใกล้ๆกับสถานีรถไฟครับ บริเวณนี้จะเป็นตกสูงหลายตึก ลักษณะคล้ายประตูน้ำบ้านเรา โดยแต่ละตึกจะเต็มไปด้วยร้านค้า แต่ละชั้นจะแบ่งแยกสินค้าเป็นชนิดชัดเจน เช่นชุดนอน ชุดทำงาน ชุดลำลอง เป็นต้น ในย่านนี้จะมีทั้งลูกค้าต่างชาติ ทั้งจากยุโรป เอฟริกา เอเชีย และลูกค้าจากในประเทศจีนเอง

การสั่งซื้อต้องเลือกซื้อจ่ายเงิน แล้วค่อยมารับทีหลัง หรือให้ทางร้านจัดส่งให้ เนื่องจากร้านค้าเหล่านี้จะเป็นเหมือนโชว์รูมมากกว่า สินค้าจะต้องสั่งทำ หรือมีโกดังเก็บไว้ที่อื่น

การจะไปเดินซื้อควรจะทำการบ้านไปก่อนดีๆ ครับเช่นสินค้าที่ต้องการ ราคาที่รับได้ เป็นต้น เพราะเมื่อเจออาจจะไม่มีเวลาเดินดูที่อื่น หรือจะเดินดูให้ทั่วก่อนแล้วค่อยกลับมาซื้อ เนื่องจากถ้าไปแบบไม่มีข้อมูลเลย ตลาดใหญ่มากกว่าจะเดินครบ หรือรวบรวมข้อมูลแล้วมาค่อยตัดสินใจคงใช้เวลาหลายวัน

 

4. ศูนย์ไอที เตี้ยนเหน่าเฉิน หรือไซ่เก๋อของกวางเจา (ไซ่เก๋อคือตลาดไอทีที่ใหญ่ และดังมากในเซินเจิ้น)

เป็นบ้านเราก็คือพันทิพย์ดีๆนี่เองครับ ที่นี่ต้องใช้ความชำราญส่วนตัวหน่อยนะครับ เวลาจะเลือกซื้อเพราะมีของปลอมนำมาหลอกว่าจริงก็เยอะ หรือตั้งใจขายปลอมเลย หน้าตาเหมือน99 คุณภาพแย่มาก หรืออาจจะเป็นของgaddetเก๋ๆแปลกๆ ไปดูๆอาจได้ไอเดียเอาของมาขายครับ

 

5. ตลาดค้าส่งเสื้อผ้าเด็ก ย่านลี่อวน

เรียกว่าเป็นดงเสื้อผ้าเด็กเลยครับ ใครที่มีลูกเล็กๆคงแทบจะหมดตัวไปกับย่านนี้กันเลยครับ ทั้งตึกแถว ตึกใหญ่ แฝงลอยในย่านนี้ขายเสื้อผ้าเด็กทั้งนั้นครับ แต่จะเป็นการขายส่งนะครับ จำนวนการสั่งซื้อจะต้องเยอะนิดนึงครับ

 

6. คังหวางจงลู่ ตลาด อัญมณี

มีสินค้าสวยงามหลากหลายแบบในฉบับความเชื่อของจีน เช่นหิน มุก หยก อัญมณี เป็นต้น มีขายทั้งแบบแยกเป็นอัน เป็นโหล เป็นหลายโหล ลักษณะเหมือนเป็นตลาดนัดจตุจักรบ้านเรา แต่เปลี่ยนสินค้าเป็นเครื่องประดับให้หมดน่ะครับสินค้ามีทั้งของเก่า ของใหม่ ของใหม่ทำให้เก่า ของจริง ของปลอม การเลือกซื้ออาจจะต้องใช้วิจารญาญและความชำนาญกันพอสมควรครับ

 
 
 
   
Copyright 2016 by 928-cargo.com | Administrator




สินค้า 0